• Image

เครื่องกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Peripheral Magnetic Stimulation - PMS)

หัวข้อเนื้อหา
  • เครื่องกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS : Peripheral Magnetic Stimulation)
    คืออะไร?
  • หลักการทำงานของ PMS
  • ประโยชน์ของเครื่องกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS)
  • PMS เหมาะกับใครบ้าง ?
  • ผลข้างเคียงและข้อควรระวังของการใช้ PMS
  • ข้อห้ามในการรักษาด้วย PMS
  • คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ PMS
  • รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด ที่ Rehab Care Clinic

เครื่องกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS : Peripheral Magnetic Stimulation) คืออะไร?

PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) หรือเครื่องกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic) กระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาทส่วนปลาย ช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ ลดอาการปวด และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายโดยไม่ต้องสัมผัสร่างกายโดยตรง สามารถกระตุ้นผ่านเสื้อผ้าได้โดยไม่ต้องสัมผัสผิว


หลักการทำงานของ PMS

PMS ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูงกระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ คลื่นแม่เหล็กจะสร้างสนามพลังงานที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดตัวและคลายตัวอย่างเป็นธรรมชาติ คลื่นสามารถลงได้ลึกถึง 10 เซนติเมตร ไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบๆ และทำให้เกิดกระบวนการกระตุ้น (Depolarization) ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น เกิดการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบ ทำให้การบาดเจ็บ อาการปวด และอาการชาลดลง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงและชะลอการฝ่อของกล้ามเนื้อ และยังช่วยลดอาการเกร็งในผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตได้

Image

ภาพแสดงการใช้เครื่องกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า PMS รักษาอาการปวดหลังร้าวลงขา ที่รีแฮปแคร์คลินิก


ประโยชน์ของเครื่องกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS)

  • ลดอาการปวด และปวดร้าว เช่น ปวดหลัง ปวดหลังร้าวลงขา ปวดบ่าร้าวลงแขน ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง 
  • กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายหลังการบาดเจ็บ 
  • ช่วยรักษาโรคทางระบบประสาท เช่น อาการชาของมือและเท้า จากเส้นประสาทถูกกดทับ 
  • ฟื้นฟูอาการอ่อนแรง ในผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงจากอัมพฤกษ์ อัมพาต 
  • เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อลีบ
Image

ภาพแสดงการใช้เครื่องกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า PMS รักษาอาการปวดออฟฟิศซินโดรม ที่รีแฮปแคร์คลินิก


PMS เหมาะกับใครบ้าง ?

  1. ผู้ที่มีอาการปวดอาการปวดกล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดเฉียบพลัน หรืออาการปวดเรื้อรังที่มาจากการใช้งานกล้ามเนื้อในลักษณะซ้ำๆ เช่น โรคออฟฟิศซินโดรม การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา การบาดเจ็บจากการทำงาน 
  2. ผู้ที่มีอาการปวดข้อต่อ หรือกระดูกสันหลัง 
  3. นักกีฬา หรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย 
  4. ผู้ที่มีอาการชา หรือปวดร้าวตามเส้นประสาท ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดปกติเส้นประสาทส่วนปลาย เช่น เส้นประสาทถูกกดทับ เส้นประสาทบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน 
  5. ผู้ที่มีภาวะอ่อนแรง หรืออัมพฤกษ์ อัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคสมองอื่นๆ
Image

ภาพแสดงการใช้เครื่องกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า PMS รักษาอาการชาเท้า ที่รีแฮปแคร์คลินิก


ผลข้างเคียงและข้อควรระวังของการใช้ PMS

  1. ควรถอดอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์และโลหะต่างๆ ก่อนรับการรักษา เช่น โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา บัตรเครดิต กุญแจรถ หัวเข็มขัด กระดุมบนกางเกง ตะขอเสื้อชั้นใน เป็นต้น เนื่องจากจะเกิดความร้อนสะสมที่วัสดุโลหะที่อยู่ใกล้ๆ เกิดการเหนี่ยวนำด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และอาจส่งผลเสียต่ออุปกรณ์นั้นๆ ได้ 
  2. ต้องทำโดยแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด เนื่องจากมีโอกาสทำให้กล้ามเนื้อระบม ล้า หรือเป็นตะคริวได้ประมาณ 2 - 3 วัน

ข้อห้ามในการรักษาด้วย PMS

  • ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือเคยได้รับการผ่าตัดและมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย 
  • ผู้ที่มีโลหะฝังในร่างกายในบริเวณที่ต้องรับการรักษา 
  • หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร 
  • ผู้ที่มีภาวะลมชักหรือโรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่ไวต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 
  • ผู้ที่มีแผลเปิด หรือการอักเสบรุนแรงในบริเวณที่ต้องรักษา ควรแจ้งโรคประจำตัว ประวัติอุบัติเหตุ หรือประวัติการผ่าตัด แก่แพทย์และนักกายภาพบำบัดทราบก่อนทำการรักษาทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ PMS

Q : การรักษาด้วย PMS ใช้เวลานานเท่าไหร่? 
A : โดยทั่วไปแล้ว แต่ละเซสชันจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องรักษาและสภาพของผู้ป่วย 

Q : ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล? 
A : จำนวนครั้งที่แนะนำขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล โดยปกติผู้ป่วยจะเริ่มเห็นผลภายใน 3-6 ครั้งแรก และอาจต้องทำต่อเนื่องประมาณ 10-15 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทั้งนี้ อาการแต่ละคนต่างกัน จึงขึ้นอยู่กับระดับความเจ็บปวดและคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัดที่ดูแล 

Q : ตอนทำ PMS เจ็บหรือไม่? 
A : PMS ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่ผู้ป่วยอาจรู้สึกถึงการกระตุ้นของกล้ามเนื้อจะรู้สึกกล้ามเนื้อสั่นๆ หดและคลายตัว คล้ายกับการออกกำลังกาย หลังทำบางราย จึงอาจรู้สึกกล้ามเนื้อล้าได้ 

Q : มีผลข้างเคียงหรือไม่? 
A : PMS เป็นการรักษาที่ปลอดภัย และไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง แต่ในบางกรณีอาจเกิดอาการตึงหรือปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย หรืออาจจะรู้สึกล้า อ่อนเพลียได้ ซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง 

Q : สามารถใช้ PMS ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดอื่นได้หรือไม่? 
A : สามารถใช้ร่วมกับการทำเครื่องมือทางกายภาพบำบัดอื่นๆได้ และยิ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับการออกกำลังกายฟื้นฟู PMS หรือเครื่องกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการช่วยบรรเทาอาการปวด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และส่งเสริมสุขภาพโดยรวม ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง ทำให้ PMS เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย ทั้งในผู้ป่วยที่มีปัญหาทางกล้ามเนื้อ ระบบประสาท หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อในชีวิตประจำวัน 

เริ่มต้นการรักษาวันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น! หากคุณกำลังเผชิญกับอาการปวดร้าว หรือมีอาการชาอย่าปล่อยให้อาการเรื้อรังส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ รีแฮปแคร์คลินิก พร้อมให้คำปรึกษา โดยแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู และนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์ ที่พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ

รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด ที่ Rehab Care Clinic

รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด
ที่ Rehab Care Clinic

รีแฮปแคร์คลินิก คลินิกเฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด มุ่งเน้นให้การบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อส่งมอบร่างกายที่แข็งแรง และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

นัดหมายพบแพทย์  นัดหมายผ่าน Line

ติดต่อสาขา

Reference:
  • American Physical Therapy Association. (2023). Magnetic Stimulation in Physical Therapy: Benefits and Applications. 
  • World Health Organization. (2022). Guidelines on Non-Invasive Neuromodulation Techniques. 
  • Journal of Rehabilitation Medicine. (2021). Clinical Efficacy of Peripheral Magnetic Stimulation in Muscle Rehabilitation. 
  • Mayo Clinic. (2023). Peripheral Magnetic Stimulation: Safety and Effectiveness.