• Image
Image

ปวดคอบ่าไหล่ ระวังออฟฟิศซินโดรม

หัวข้อเนื้อหา
  • ปวดคอบ่าไหล่ ระวังออฟฟิศซินโดรม
  • อาการปวดคอบ่าไหล่เป็นอย่างไร มาเช็คอาการกันว่าคุณมีอาการนี้หรือไม่?
  • อาการปวดคอบ่าไหล่ หรือ ออฟฟิศซินโดรม มีสาเหตุมาจากอะไร
  • นอกจากออฟฟิศซินโดรมแล้วอาการปวดคอบ่าเสี่ยงเป็นโรคอะไรได้อีกบ้าง?
  • วิธีป้องกันและบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม
  • หากปล่อยให้อาการปวดคอบ่าไหล่เรื้อรังจะเกิดอะไรขึ้น?
  • แนวทางการรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่เรื่อรัง (ออฟฟิศซินโดรม) ที่ REHAB Care Clinic
  • การรักษาทางกายภาพบำบัด
  • รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด ที่ Rehab Care Clinic

ปวดคอบ่าไหล่ ระวังออฟฟิศซินโดรม

อาการปวดคอบ่าไหล่ หรือ ออฟฟิศซินโดรม เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนที่ทำงานในออฟฟิศ ซึ่งต้องนั่งอยู่ในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ การขับรถ หรือแม้กระทั่งการใช้โทรศัพท์มือถือในท่าก้มๆ เงยๆ เป็นระยะเวลานานๆ ท่าทางเหล่านี้อาจทำให้เกิดการตึงเครียดในกล้ามเนื้อและข้อต่อ จนส่งผลให้เกิดอาการปวดคอบ่าไหล่ และสะบัก รวมถึงอาการอื่นๆ เช่น ปวดศีรษะ หรือปวดร้าวไปจนถึงแขน อาการเหล่านี้หากไม่ได้รับการดูแลหรือแก้ไข อาจกลายเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ที่ทำงานได้

Image

อาการปวดคอบ่าไหล่เป็นอย่างไร มาเช็คอาการกันว่าคุณมีอาการนี้หรือไม่?

1. ปวดตึงหรือปวดเมื่อย : รู้สึกปวดตึงบริเวณต้นคอ บางครั้งอาจลามไปถึงไหล่และหลังส่วนบน 

2. ปวดแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง : อาจเกิดขึ้นทันทีจากอุบัติเหตุหรือการเคลื่อนไหวผิดท่า หรืออาจเป็นอาการที่สะสมและดำเนินมาเป็นเวลานาน 

3. อาการปวดร้าว : ในบางกรณี อาการปวดอาจลามไปถึงแขน ไหล่ หรือแม้กระทั่งศีรษะ 

4. ขยับคอแล้วเจ็บ : รู้สึกปวดเมื่อต้องขยับศีรษะ เช่น ก้ม เงย หรือหันซ้ายขวา 

5. กล้ามเนื้อเกร็ง : รู้สึกว่ากล้ามเนื้อบริเวณคอแข็งตึง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก 

6. ปวดศีรษะร่วมด้วย : อาการปวดคออาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ โดยเฉพาะอาการปวดแบบเครียด (tension headache)

Image

Image

รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด 
ที่ Rehab Care Clinic

รีแฮปแคร์คลินิก คลินิกเฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด 
มุ่งเน้นให้การบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 
เพื่อส่งมอบร่างกายที่แข็งแรง และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

“มุ่งมั่นดูแลทุกอาการปวด โดยแพทย์และนักกายภาพบำบัด
ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและบริการด้วยหัวใจ”

นัดหมายพบแพทย์  นัดหมายผ่าน Line

 

อาการปวดคอบ่าไหล่ หรือ ออฟฟิศซินโดรม มีสาเหตุมาจากอะไร

อาการปวดคอบ่าไหล่ และสะบักที่เกิดจาก Office Syndrome มีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น 
1. ท่าทางการนั่งที่ไม่เหมาะสม : การนั่งหลังค่อม ไหล่งุ้ม หรือศีรษะยื่นไปข้างหน้าทำให้กล้ามเนื้อคอ บ่า และไหล่ต้องทำงานหนักเกินไป 
2. การนั่งทำงานเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ : ทำให้กล้ามเนื้อตึงและเลือดไหลเวียนไม่ดี 
3. ระดับของจอคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสม : อาจทำให้ต้องก้มศีรษะหรือเงยหน้าเป็นเวลานาน 
4. การใช้เมาส์และคีย์บอร์ดที่ไม่เหมาะสม : การวางแขนผิดตำแหน่งหรือการใช้แรงมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการปวดบ่า ไหล่และข้อมือ 
5. ความเครียดและความกดดันจากการทำงาน : ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดความตึงเครียด ซึ่งอาจทำให้ปวดเรื้อรังมากขึ้น 

การที่เราอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน ร่วมกับสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้กล้ามเนื้อเราทำงานไม่สมดุลกัน ทำให้ลักษณะโครงสร้างร่างกายของเราเกิดการปรับตัวในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งมีผลกระทบต่อโครงสร้างร่างกาย ดังนี้ 

  • ศีรษะและคอยื่นไปทางด้านหน้า 
  • กระดูกสันหลังส่วนคอแอ่นมากกว่าปกติ 
  • ไหล่ห่อหรืองุ้มไปทางด้านหน้า 
  • บ่ายกขึ้น 
  • กระดูกสันหลังส่วนอกมีลักษณะโค้งมากกว่าปกติ 
  • สะบักเคลื่อนตัวไปทางด้านหน้า และขอบสะบักด้านหลังนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด

Image

โรคกระดูกคอเสื่อม

เกิดจากความเสื่อมของข้อต่อและหมอนรองกระดูกบริเวณคอ มักเกิดในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้งานคอหนักเป็นเวลานาน อาการอาจรวมถึงปวดคอเรื้อรัง แข็งตึง ขยับลำบาก และอาจมีอาการชาร้าวลงแขน

Image

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

เกิดจากหมอนรองกระดูกเสื่อมและกดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการปวดคอร้าวไปยังแขนและมือ อาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและระบบประสาท

Image

โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia)

เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังทั่วร่างกาย รวมถึงอาการปวดคอ บ่า ไหล่ ผู้ป่วยอาจมีอาการเหนื่อยล้า ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ และไวต่อความเจ็บปวดมากกว่าปกติ โรคนี้เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและมักเกิดในผู้ที่มีความเครียดสูง


Image

รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด 
ที่ Rehab Care Clinic

รีแฮปแคร์คลินิก คลินิกเฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด 
มุ่งเน้นให้การบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 
เพื่อส่งมอบร่างกายที่แข็งแรง และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

“มุ่งมั่นดูแลทุกอาการปวด โดยแพทย์และนักกายภาพบำบัด
ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและบริการด้วยหัวใจ”

นัดหมายพบแพทย์  นัดหมายผ่าน Line

 

วิธีป้องกันและบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม

  1. ปรับท่านั่งให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการก้มหน้านานเกินไป 
  2. ขยับร่างกายและทำการยืดเหยียด บริหารกล้ามเนื้อคอ บ่า และไหล่เป็นประจำ เพื่อช่วยลดอาการตึง 
  3. ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม 
  4. ลดความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ 
  5. ประคบร้อนเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หรือ ประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการอักเสบ 
  6. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 

หากอาการปวดรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

Image

หากปล่อยให้อาการปวดคอบ่าไหล่เรื้อรังจะเกิดอะไรขึ้น?

1. กล้ามเนื้ออักเสบและพังผืดเกาะ 

  • กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ต้องทำงานหนักตลอดเวลา ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง 
  • พังผืด (Myofascial Pain Syndrome) อาจก่อตัวขึ้น ส่งผลให้มีอาการปวดร้าวและตึงตลอดเวลา 

2. อาการปวดศีรษะเรื้อรังและไมเกรน

  • ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อคอและบ่า อาจกดทับเส้นประสาทที่เชื่อมโยงกับศีรษะ 
  • ทำให้เกิดอาการ ปวดศีรษะเรื้อรังหรือไมเกรน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสมาธิและการทำงาน 

3. กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย 

  • การนั่งผิดท่านาน ๆ ทำให้ หมอนรองกระดูกคอเสื่อม เร็วกว่าปกติ 
  • อาจเกิดภาวะ กระดูกคอทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการชาหรือปวดร้าวลงแขนและมือ 

4. อาการชาหรืออ่อนแรงของแขนและมือ 

  • เส้นประสาทที่ถูกกดทับเป็นเวลานาน อาจทำให้ ชาหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขน 
  • หากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้มือ เช่น หยิบจับสิ่งของได้ยากขึ้น 

5. การไหลเวียนเลือดไม่ดีและเวียนศีรษะ 

  • การกดทับของกล้ามเนื้อที่ตึงตัว อาจส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองไม่ดี 
  • ทำให้เกิดอาการ เวียนศีรษะ หน้ามืด หรืออ่อนเพลียเรื้อรัง 

6. ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต 

  • อาการปวดเรื้อรังทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ 
  • รักษาได้ยากและใช้ระยะเวลาในการรักษานานขึ้น 
  • อาจส่งผลต่ออารมณ์ ทำให้เกิดความเครียด และภาวะซึมเศร้าได้
Image

แนวทางการรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่เรื้อรัง (ออฟฟิศซินโดรม) ที่ REHAB Care Clinic

การรักษาที่รีแฮปแคร์คลินิกมีการวางแผนการรักษาร่วมกันโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดมือเพื่อให้ทุกคนได้รับการรักษาที่ครบถ้วนและเหมาะสม โดยโปรแกรมการรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่เรื้อรัง (ออฟฟิศซินโดรม) มีดังนี้

การรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู

Image

1) การฝังเข็ม

ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดอาการปวด

Image

2) ฉีด Prolotherapy

โดยใช้ อัลตราซาวด์นำวิถี (US guided injection with Prolotherapy) เป็นการฉีดกลูโคสเข้าไปที่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืด บริเวณที่ปวดหรือมีการอักเสบเรื้อรัง วัตถุประสงค์เพื่อ 

  • กระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซม เร่งกระบวนการรักษาและฟื้นฟูตามธรรมชาติ 
  • เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับจากประเทศสหรัฐอเมริกามานาน พร้อมมีผลวิจัยรับรองผลการรักษา
  • ไม่มียาสเตียรอยด์ 

รีแฮปแคร์คลินิกมีการใช้เครื่องอัลตราซาวด์วินิจฉัย ในการนำวิถีฉีดยาทุกครั้ง เพื่อให้ตรงจุดที่มีความผิดปกติ จึงมีประสิทธิภาพ และมีความแม่นยำสูง ลดความเสี่ยงของการฉีดไปโดนเส้นเลือดหรือเส้นประสาท


การรักษาทางกายภาพบำบัด

ที่รีแฮปแคร์คลินิกใช้เครื่องมือกายภาพลดปวดที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เยอรมัน อิตาลี อังกฤษ เป็นต้น

Image

1.คลื่นกระแทก (Focus Shockwave)

เป็นการส่งพลังงานผ่านคลื่นกระแทกเข้าไปยังบริเวณที่มีอาการบาดเจ็บ เพื่อลดการอักเสบและลดปวด อีกทั้งยังกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมแซมและรักษาอาการปวดเรื้อรัง

Image

2.เลเซอร์พลังงานสูง (High power laser therapy)

ช่วยในการเติมพลังงานให้เซลล์ กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของร่างกาย ทำให้การอักเสบลดลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบที่เกิดจากปลายประสาท เช่น ชา แสบร้อน และช่วยอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ

Image

3.เครื่องอัตราซาวด์ความร้อนลึก (Ultrasound therapy)

ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเส้นเอ็นหรือเนื้อเยื่อ เร่งกระบวนการซ่อมแซม โดยจะเพิ่มการไหลเวียนเลือด เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ลดอาการปวดเเละการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น

Image

4.เครื่องดึงคอหรือดึงหลัง(Traction)

เพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอหรือหลัง โดยมีการคำนวณความหนักของแรงดึงตามน้ำหนักตัวและตั้งระยะเวลาที่ใช้ในการดึง-ปล่อยอย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

Image

5.เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (TENS)

เป็นกระแสไฟฟ้ากระตุ้นประสาทผ่านผิวหนังเพื่อช่วยในการลดปวด

Image

6.การออกกำลังกาย (Therapeutic exercise) และ การออกกำลังกายในน้ำ(Hydrotherapy)

เพื่อปรับโครงสร้างร่างกายและฟื้นฟูให้แข็งแรง ไม่กลับมาปวดซ้ำ

รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด ที่ Rehab Care Clinic

รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด
ที่ Rehab Care Clinic

รีแฮปแคร์คลินิก คลินิกเฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด มุ่งเน้นให้การบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อส่งมอบร่างกายที่แข็งแรง และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

นัดหมายพบแพทย์  นัดหมายผ่าน Line

ติดต่อสาขา

Reference
  • National Institutes of Health (NIH). (n.d.). Musculoskeletal Disorders and Workplace Factors. Retrieved from https://www.nih.gov
  • World Health Organization (WHO). (2021). Global Burden of Musculoskeletal Conditions. Retrieved from https://www.who.int 
  • American Chiropractic Association (ACA). (2020). Neck Pain and Posture-related Disorders. Retrieved from https://www.acatoday.org 
  • Davies, C. (2013). The Trigger Point Therapy Workbook: Your Self-Treatment Guide for Pain Relief. New Harbinger Publications. 
  • Journal of Orthopaedic & Sports Physical Therapy (JOSPT). (2020). Ergonomics and Postural Syndrome in Office Workers. Retrieved from https://www.jospt.org 
  • โรงพยาบาลศิริราช. (2565). แนวทางการรักษาอาการปวดคอ บ่า ไหล่ จากออฟฟิศซินโดรม. สืบค้นจาก https://www.sirirajhospital.com • สมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย. (2564). กายภาพบำบัดสำหรับผู้มีอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง. สืบค้นจาก https://www.pt.or.th