ปวดเข่า หรือ เข่าเสื่อม
- ปวดเข่าไม่ได้มีแค่เข่าเสื่อม!
- สาเหตุของอาการปวดเข่า
- โรคเข่าเสื่อม คืออะไร ?
- อาการที่บ่งบอกถึงโรคข้อเข่าเสื่อม
- สาเหตุของข้อเข่าเสื่อม
- ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นข้อเข่าเสื่อม?
- เราสามารถตรวจข้อเข่าเบื้องต้นด้วยตนเองทำได้ ดังนี้
- วิธีรักษาและบรรเทาอาการปวดเข่า - การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม
- วิธีรักษาและบรรเทาอาการปวดเข่า - การรักษาทางกายภาพบำบัด
- คำแนะนำการลดอาการปวดข้อเข่า
- รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด ที่ Rehab Care Clinic
ปวดเข่าไม่ได้มีแค่เข่าเสื่อม!
สาเหตุของอาการปวดเข่า
อาการปวดเข่าอาจเกิดขึ้นจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่
1. การบาดเจ็บ นำไปสู่โรคและภาวะที่เกี่ยวข้องกับเส้นเอ็น หมอนรองข้อ และถุงน้ำ
1.1. เอ็นฉีกขาดหรือยืดเกินไป มักเกิดจากการเล่นกีฬา หรือพบในนักกีฬาที่ต้องใช้ข้อเข่า
- เอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาด (ACL Tear) : มีอาการปวด บวม ข้อเข่าหลวม และรู้สึกว่าข้อเข่าไม่มั่นคง
- เอ็นสะบ้าอักเสบ (Patellar Tendinitis หรือ Jumper’s Knee) : มีอาการปวดด้านหน้าของข้อเข่า โดยเฉพาะเมื่อเดินขึ้นลงบันได
- เอ็นข้างหัวเข่าอักเสบ (Iliotibial Band Syndrome - ITB Syndrome) : มีอาการปวดบริเวณด้านนอกของหัวเข่า โดยเฉพาะขณะวิ่งหรือเดินลงบันได
1.2. หมอนรองข้อเข่าฉีกขาด (Meniscus Tear) : เกิดจากการบิดหรือหมุนข้อเข่ากะทันหัน มีอาการปวดเข่า บวม และข้อเข่าติดขัด
1.3. กระดูกสะบ้าเคลื่อน (Patellar Dislocation) : กระดูกสะบ้าเคลื่อนออกจากตำแหน่งปกติ มีอาการปวดรุนแรง บวม และไม่สามารถขยับเข่าได้
1.4 ถุงน้ำใต้ข้อพับเข่าอักเสบ (Baker’s Cyst) : เกิดจากข้อเข่าผลิตน้ำไขข้อในปริมาณมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ทำให้น้ำไขข้อ ไหลไปรวมกันบริเวณด้านหลังของข้อเข่าจนเป็นก้อนบวมนูนขึ้น ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยมักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติบริเวณไขข้อ เช่น เกิดจากการบาดเจ็บของข้อเข่า โครงสร้างในข้อเข่ามีปัญหา ข้อเข่าอักเสบ เป็นต้น มักจะมีอาการปวดตึงข้อพับ โดยเฉพาะเมื่อเหยียดเข่าหรือเดิน งอเข่าได้ไม่สุด และ คลำพบก้อนนิ่มหรือถุงน้ำบริเวณข้อพับเข่า
2. โรคเกี่ยวกับข้อเสื่อม ข้ออักเสบ
2.1. ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis, OA) เป็นภาวะที่กระดูกอ่อนบริเวณข้อเข่าค่อย ๆ เสื่อมลง พบบ่อยในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใช้งานข้อเข่าหนักเป็นเวลานาน อาการ: ปวดเข่า ข้อฝืด เข่ามีเสียงกรอบแกรบ
2.2. ข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis, RA) เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองที่ทำให้ข้ออักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้ข้อบวม อักเสบ และเกิดความเสียหายต่อข้อในระยะยาว อาการ: ปวดเข่า ข้อบวม ตึงตอนเช้า และอาจมีอาการอ่อนเพลีย
2.3. โรคเกาต์ (Gout) เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในข้อ ทำให้เกิดการอักเสบเฉียบพลัน มักเกิดกับข้อหัวแม่เท้า แต่ข้อเข่าก็สามารถได้รับผลกระทบ อาการ: ปวด บวม แดง ร้อนที่ข้อเข่าอย่างรุนแรง
2.4. โรคข้ออักเสบติดเชื้อ (Septic Arthritis) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราในข้อเข่า เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว อาการ: ปวดเข่ารุนแรง บวม แดง มีไข้
3. โรคเกี่ยวกับกระดูกและโครงสร้างข้อเข่า
3.1. โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ทำให้กระดูกเปราะบางและมีความเสี่ยงต่อการแตกหักง่าย อาการ: ปวดเข่าเรื้อรัง และอาจมีภาวะกระดูกแตกหักโดยไม่รู้ตัว
3.2. โรคกระดูกอักเสบ (Osteomyelitis) เป็นการติดเชื้อของกระดูก ซึ่งอาจลุกลามมาถึงข้อเข่า อาการ: ปวด บวม แดง และอาจมีไข้สูง
4. พฤติกรรมและปัจจัยอื่น ๆ
- น้ำหนักตัวมาก ส่งผลให้ข้อเข่ารับแรงกดเพิ่มขึ้น
- การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาหนักเกินไป
- การเดินหรือยืนเป็นเวลานาน
- รองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น รองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าที่ไม่มีการรองรับแรงกระแทก
อาการปวดเข่าเกิดได้หลายสาเหตุ อาจเกิดจากโรคและภาวะต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อข้อต่อ กระดูก เส้นเอ็น หรือเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า ไม่ใช่แค่เพียงเข่าเสื่อม แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าอาการปวดเข่าที่เป็นอยู่คืออะไร ใช่เข่าเสื่อมหรือไม่ ? เรามาทำความเข้าใจกับโรคเข่าเสื่อมกัน
โรคเข่าเสื่อม คืออะไร ?
ภาวะข้อเข่าเสื่อมเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงวัย หรือผู้ที่ใช้งานข้อเข่าหนักเป็นเวลานาน ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อบริเวณเข่าสูญเสียคุณสมบัติในการดูดซับแรงกระแทกและมีความยืดหยุ่นน้อยลง ร่วมกับกล้ามเนื้อต้นขาที่ไม่แข็งแรง ข้อเข่าจึงรับแรงกระแทกที่มากกว่าปกติ ทำให้กระดูกข้อต่อเกิดการเสียดสีกันขณะเคลื่อนไหวจนเกิดการสึกกร่อน ผิวข้อบางลง ไม่เรียบ ถ้าเกิดอาการเรื้อรัง กระดูกจะมีการซ่อมแซมตัวเองจนเกิดเป็นกระดูกงอกขรุขระขึ้นภายในข้อ ก็จะทำให้การเคลื่อนไหวติดขัด และอาจมีเสียงดังในข้อ ถ้าหากปล่อยไว้โดยไม่รักษาหรือได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก็อาจเกิดอาการข้อเข่าอักเสบรุนแรง
อาการที่บ่งบอกถึงโรคข้อเข่าเสื่อม
- ปวด เสียวข้อเข่า
- อาการตึงขัดในข้อ มักพบหลังตื่นนอน อาการจะคงอยู่ไม่เกิน 30 นาที เคลื่อนไหวสักพักอาการจะดีขึ้น
- มีเสียงกรอบแกรบในข้อเข่าเมื่อเคลื่อนไหว
- พิสัยการเคลื่อนไหวลดลง
- บางรายอาจมีข้อบวม
- เมื่อเป็นระยะเวลานาน มักมีข้อผิดรูป
สาเหตุของข้อเข่าเสื่อม
- อายุที่มากขึ้นทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามวัย
- น้ำหนักตัวที่เกินจะเพิ่มแรงกระทำต่อข้อเข่า
- การใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่กระตุ้นให้เข่าเสื่อมเร็วขึ้น เช่น การนั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ การเดินขึ้น-ลงบันไดบ่อยๆ ทำให้มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก นักกีฬาที่ต้องกระโดด กระแทกหรือบิดเข่า หรือนักวิ่งมาราทอนที่ต้องใช้เข่าติดต่อกันเป็นเวลานาน
- เคยประสบอุบัติเหตุที่เข่าโดยตรง เคยได้รับการผ่าตัดที่เข่า จะทำให้เป็นเข่าเสื่อมเร็วขึ้น
ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นข้อเข่าเสื่อม?
- อายุมากขึ้น มักพบในคนอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป
- พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
- น้ำหนักตัวมาก (BMI>23)
- อุบัติเหตุบริเวณข้อเข่า
- กล้ามเนื้อต้นขาไม่แข็งแรง
- ผู้ใช้งานข้อเข่ามาก เช่น นั่งยอง คุกเข่าบ่อยๆ เป็นต้น
- ผู้ที่มีปัญหาเรื่องข้ออักเสบอื่นๆ เช่น เกาต์ รูมาตอยด์
เราสามารถตรวจข้อเข่าเบื้องต้นด้วยตนเองทำได้ ดังนี้
- ลักษณะการเดิน เมื่อเป็นระดับที่รุนแรง จะมีลักษณะการเดินขาโก่ง และไม่กล้าลงน้ำหนักขาข้างที่ปวดได้เต็มที่
- ข้อบวมหรือข้อผิดรูป เมื่อมีเข่าอักเสบเกิดขึ้นภายในข้อเข่า ทำให้หัวเข่าบวม และมีอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ
- กล้ามเนื้อลีบ กล้ามเนื้อหน้าขาข้างที่ปวดจะฝ่อลีบกว่าอีกขา
- จุดกดเจ็บ มักจะมีจุดกดเจ็บบริเวณข้างในข้อเข่า หรือรอบๆข้อเข่า
- พิสัยการเคลื่อนไหว จะเคลื่อนไหวได้ไม่เต็มช่วงการเคลื่อนไหว
- มีเสียงดังกรอบแกรบในข้อเข่าเวลาเคลื่อนไหว
ถ้าคุณมีอาการปวดเข่าแล้วอยากรู้ว่าภายในข้อเข่าของคุณเสื่อมหรือไม่ สามารถมาให้แพทย์เฉพาะทางตรวจวินิจฉัยได้ โดยทาง รีแฮปแคร์คลินิก แพทย์มีการใช้เครื่องอัลตราซาวด์วินิจฉัย เพื่อตรวจดูความผิดปกติ หรือ Ultrasound diagnosis เป็นเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสามารถความละเอียดในการวินิจฉัยโรค หาความผิดปกติของโรคในระบบกระดูก ข้อต่อและกล้ามเนื้อ มีความถูกต้องและแม่นยำสูง คนไข้เห็นภาพความผิดปกติจากเครื่องอัลตราซาวด์ทันที ทำให้สามารถเข้าใจโรคได้ดีขึ้น
วิธีรักษาและบรรเทาอาการปวดเข่า - การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม
วิธีรักษาและบรรเทาอาการปวดเข่า - การรักษาทางกายภาพบำบัด
คำแนะนำการลดอาการปวดข้อเข่า
- หลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบ คุกเข่า หรือนั่งยอง
- สามารถใช้การประคบร้อน วันละ 30 นาทีเช้าและเย็น
- การลดน้ำหนักตัว จะทำให้ข้อเข่าแบกรับ น้ำหนักลดลง การเสื่อมของข้อเข่าก็จะช้าลงด้วย
- การใช้อุปกรณ์ที่ช่วยรองรับข้อเข่า เพื่อช่วยประคองข้อเข่า ป้องกันการบาดเจ็บได้
- รับประทานอาหารเสริมที่ช่วยบำรุงกระดูก ข้อต่อให้แข็งแรงขึ้น
- ออกกำลังกายให้เหมาะสม เช่น ออกกำลังกายในน้ำ หรือโยคะ
เนื่องจากข้อเข่าต้องทำงานหนักและรับแรงกระแทกอยู่ตลอดเวลา จึงเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดเข่าและภาวะข้อเข่าอักเสบได้ง่าย ดังนั้น การดูแลข้อเข่าให้แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับข้อเข่า หากคุณลองปฏิบัติตัวตามบทความข้างต้นแล้วไม่ดีขึ้น แนะนำว่าควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรับการตรวจและวินิจฉัยโรค และวางแผนการรักษาที่แม่นยำ ตรงจุดและเหมาะสมกันนะคะ
รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด ที่ Rehab Care Clinic
รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด
ที่ Rehab Care Clinic
รีแฮปแคร์คลินิก คลินิกเฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด มุ่งเน้นให้การบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อส่งมอบร่างกายที่แข็งแรง และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม
ติดต่อสาขา
-
สาขาเพชรเกษม
-
สาขาพระราม 2
-
สาขาเมืองทองธานี
-
สาขารัชดา
-
สาขาสาทร
- Johns Hopkins Medicine. (2023). Understanding Knee Joint Anatomy and Disorders. Retrieved from https://www.hopkinsmedicine.org
- American Academy of Orthopaedic Surgeons. (2023). Knee Pain and Common Knee Problems. Retrieved from https://www.aaos.org
- Mayo Clinic. (2023). Baker’s Cyst, Prepatellar Bursitis, and Iliotibial Band Syndrome. Retrieved from https://www.mayoclinic.org
- National Health Service. (2023). Knee pain and its management. Retrieved from https://www.nhs.uk
- Arthritis Foundation. (2023). Arthritis and Knee Health: Causes, Symptoms, and Treatments. Retrieved from https://www.arthritis.org
- Harvard Medical School. (2023). Preventing Knee Pain and Managing Osteoarthritis. Retrieved from https://www.health.harvard.edu