• Image
Image

ปวดหลัง กระดูกสันหลังเสื่อม หมอนรองกระดูกปลิ้น

หัวข้อเนื้อหา
  • ปวดหลัง กระดูกสันหลังเสื่อม หมอนรองกระดูกปลิ้น
  • 1.กลุ่มอาการปวดเกิดจากกล้ามเนื้อ
  • 2.กลุ่มอาการปวดหลังที่เกิดจากกระดูกสันหลัง
  • สาเหตุของโรคกระดูกสันหลังเสื่อม
  • อาการของกระดูก ของกระดูกสันหลังเสื่อม
  • รีแฮปแคร์คลินิก กับเทคโนโลยีกายภาพบำบัด ล้ำสมัย
  • รีแฮปแคร์คลินิก กับการรักษาทางการแพทย์
  • รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด ที่ Rehab Care Clinic

ปวดหลัง กระดูกสันหลังเสื่อม หมอนรองกระดูกปลิ้น

อาการปวดหลังอาจดูเหมือนเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คน แต่รู้หรือไม่ว่า หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาการปวดเหล่านี้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างคาดไม่ถึง 

กลุ่มอาการปวดหลังประเภทต่างๆ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท 
1. กลุ่มอาการปวดเกิดจากกล้ามเนื้อ

Image

1. กลุ่มอาการปวดเกิดจากกล้ามเนื้อ

ปวดหลังจากกล้ามเนื้อ Quadratus Lumborum หรือ เรียกว่ากล้ามเนื้อ QL ซึ่งมีหน้าที่ในการยักสะโพก เอียงตัว แอ่นหลัง และยังช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับข้อกระดูกสันหลังระดับเอว สำหรับใครที่ต้องนั่งทำงานนานๆ ขับรถนานๆ แล้วมีอาการปวดหลังส่วนล่าง หรือปวดบริเวณเอวลึกๆข้างใน อาการเหล่านี้อาจเกิดจากกล้ามเนื้อ QL ที่ทำงานหนักเกินไปและเกิดการเกร็งสะสม โดยกล้ามเนื้อ QL วางตัวอยู่บริเวณหลังส่วนล่าง โดยเกาะระหว่างซี่โครงและกระดูกสันหลังกับกระดูกเชิงกราน ดังรูป 

พฤติกรรมที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อ QL ตึงและปวด : 
ยืนแอ่นหลัง และก้นงอน (Anterior pelvic tilt) ทำให้กล้ามเนื้อ QL ต้องทำงานตลอดเวลา ยืนหรือนั่งเอียงตัว นั่งชันเข่า นั่งพับเพียบข้างใดข้างหนึ่งตลอดเวลา เพราะกล้ามเนื้อ QL ข้างนั้นๆจะทำงานอยู่ฝั่งเดียว 
นอนหมอนสูงในท่านอนตะแคงตลอดคืน จะทำให้เอวด้านบนหดงอเข้าหากันอยู่ตลอด กล้ามเนื้อ QL จึงหดตัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อกล้ามเนื้อตึงมากๆจึงทำให้มีอาการปวดได้ กล้ามเนื้อก้นบริเวณข้างสะโพก (Gluteus medius) ทำหน้าที่คุมระดับเชิงกรานให้สมดุลไม่แข็งแรง ทำให้ QL ต้องออกแรงช่วย

Image

2. กลุ่มอาการปวดหลังที่เกิดจากกระดูกสันหลัง

2.1 โรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท (Herniated disc) 
เป็นอาการที่พบได้บ่อยในกลุ่มผู้ที่มีอาการปวดหลังร้าวลงขา เพราะกระดูกสันหลังบริเวณนี้รับน้ำหนักมาก และมีการเคลื่อนไหวค่อนข้างเยอะกว่ากระดูกสันหลังส่วนอื่นๆ ทำให้หมอนรองกระดูกอาจจะเกิดการปลิ้นออกมาจนกดเบียดเส้นประสาท ทำให้ปวดบริเวณหลังช่วงเอว สะโพก และร้าวลงขา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง อาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมของขาหรือปลายเท้าร่วมด้วย 

สาเหตุของโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท 

  1. การยกของหนักผิดท่า 
  2. น้ำหนักตัวมากเกินไป 
  3. นั่งทำงานด้วยอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องและนั่งเป็นระยะเวลานานๆ 
  4. อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บต่อกระดูกสันหลัง 

อาการอาจแสดงออกได้ทั้งบริเวณหลังและขา คนทั่วไปมักเข้าใจว่ามีเพียงอาการปวดหลังอย่างเดียว แต่ที่จริงแล้วอาการที่ขานั้นสำคัญและจำเพาะเจาะจงกับโรคนี้มากกว่า นั่นแสดงถึงว่าเกิดการรบกวนของเส้นประสาทสันหลังที่วิ่งไปเลี้ยงบริเวณขาแล้ว หมอนรองกระดูกที่เคลื่อนออกมามักทำให้เกิดอาการแบบฉับพลัน เพราะมีการอักเสบที่รุนแรง 

  • อาการปวดหลังส่วนล่าง : มักจะปวดหลังบริเวณเอวส่วนล่าง โดยมีอาการที่บริเวณหลังเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ส่วนใหญ่จะมีอาการในลักษณะของท่านั่ง หรือมีการนั่งงอตัวไปทางด้านหน้า ซึ่งเป็นท่าที่หมอนรองกระดูกได้รับแรงกดทับมากที่สุด 
  • อาการขาชา : อาการเด่นชัดที่มักแสดงที่บริเวณขา มีได้ 3 แบบ คือ อาการปวด อาการชา หรือ อ่อนแรงของกล้ามเนื้อ
Image

2.2 โรคกระดูกสันหลังเสื่อม (Spondylosis) 
เป็นอาการที่กระดูก หมอนรองกระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็นกระดูก และกล้ามเนื้อหลังเสื่อมสภาพ ส่งผลให้กระดูกสันหลังขาดความยืดหยุ่นและติดแข็งมากขึ้น พบได้มากที่สุดคือบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอและบั้นเอว กระดูกสันหลังเสื่อมเกิดจากการเสื่อมสภาพเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปแล้วโรคนี้พบได้ในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันเริ่มพบในผู้ที่อายุต่ำกว่านั้นมากขึ้น เนื่องจากมีผู้ที่ใช้ร่างกายหนักเป็นเวลานาน ทำให้กระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ข้อต่อแข็ง ขาดความยืดหยุ่น และอาจกดทับเส้นประสาท หากความสามารถในการเคลื่อนไหวเริ่มผิดปกติหรือมีปัญหา มือ แขน เท้า และขามีอาการชาและอ่อนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อหาทางรักษาและช่วยป้องกันกระดูกสันหลังเสื่อมเพิ่ม

Image

Image

รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด 
ที่ Rehab Care Clinic

รีแฮปแคร์คลินิก คลินิกเฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด 
มุ่งเน้นให้การบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 
เพื่อส่งมอบร่างกายที่แข็งแรง และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

“มุ่งมั่นดูแลทุกอาการปวด โดยแพทย์และนักกายภาพบำบัด
ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและบริการด้วยหัวใจ”

นัดหมายพบแพทย์  นัดหมายผ่าน Line

 

สาเหตุของโรคกระดูกสันหลังเสื่อม

  1. ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป 
  2. ผู้ที่ใช้ร่างกายหนักเป็นเวลานาน เช่น การยกของหนัก หรือการก้มเงยบ่อย ๆ อาจเพิ่มแรงกดทับต่อกระดูกสันหลัง 
  3. ผู้ที่นั่งทำงานด้วยอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องและนั่งเป็นระยะเวลานานๆ โดยเฉพาะการนั่งหลังค่อม พอลุกจากเก้าอี้กระดูกสันหลังจะถูกทำให้ตรงในทันทีจึงทำให้เกิดการเสียดทานขึ้น 
  4. ภาวะน้ำหนักเกิน ทำให้กระดูกสันหลังรับแรงมากขึ้นและเสื่อมเร็วยิ่งขึ้น 
  5. ขาดการออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อที่อ่อนแอไม่สามารถรองรับกระดูกสันหลังได้ดี ส่งผลให้เกิดอาการปวดและเสื่อมเร็วขึ้น

อาการของกระดูก ของกระดูกสันหลังเสื่อม

  • ปวดบั้นเอว 
  • กระดูกสันหลังติดแข็ง ขยับตัวลำบาก 
  • มือ แขน เท้า หรือขา ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างมีอาการชา อ่อนแรง หรือ เป็นเหน็บ 
  • กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระลำบาก 
  • ในกรณีที่มีการกดเบียดเส้นประสาทรุนแรง จะทำให้เดินลำบาก เดินไม่มั่นคงเหมือนจะหกล้ม โดยเฉพาะเวลาขึ้นบันได

Image

รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด 
ที่ Rehab Care Clinic

รีแฮปแคร์คลินิก คลินิกเฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด 
มุ่งเน้นให้การบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 
เพื่อส่งมอบร่างกายที่แข็งแรง และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

“มุ่งมั่นดูแลทุกอาการปวด โดยแพทย์และนักกายภาพบำบัด
ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและบริการด้วยหัวใจ”

นัดหมายพบแพทย์  นัดหมายผ่าน Line

 

รีแฮปแคร์คลินิก กับเทคโนโลยีกายภาพบำบัด ล้ำสมัย

ที่รีแฮปแคร์คลินิกใช้เครื่องมือกายภาพลดปวดที่มีเทคโนโลยีล่าสุดและทันสมัย มีมาตรฐานสูง นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เยอรมัน อิตาลี อังกฤษ เป็นต้น

Image

1. คลื่นกระแทก (Focus Shockwave)

เป็นการส่งพลังงานผ่านคลื่นกระแทกเข้าไปยังบริเวณที่มีอาการบาดเจ็บ เพื่อลดการอักเสบและลดปวด อีกทั้งยังกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการซ่อมแซมและรักษาอาการปวดเรื้อรัง

Image

2. เลเซอร์พลังงานสูง (High power laser therapy)

ช่วยในการเติมพลังงานให้เซลล์ กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของร่างกาย ทำให้การอักเสบลดลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบที่เกิดจากปลายประสาท เช่น ชา แสบร้อน

 

Image

3. เครื่องอัตราซาวด์ความร้อนลึก (Ultrasound therapy)

ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเส้นเอ็นหรือเนื้อเยื่อ เร่งกระบวนการซ่อมแซม โดยจะเพิ่มการไหลเวียนเลือด เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ลดอาการปวดเเละการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ

Image

4. เครื่องดึงหลัง (Traction)

เพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอหรือหลัง โดยมีการคำนวณความหนักของแรงดึงตามน้ำหนักตัวและตั้งระยะเวลาที่ใช้ในการดึง-ปล่อยอย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

 

Image

5. เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า (TENS)

เป็นกระแสไฟฟ้ากระตุ้นประสาทผ่านผิวหนังเพื่อช่วยในการลดปวด

Image

6.การออกกำลังกาย (Therapeutic exercise) และ การออกกำลังกายในน้ำ(Hydrotherapy)

เพื่อปรับโครงสร้างร่างกายและฟื้นฟูให้แข็งแรง ไม่กลับมาปวดซ้ำ


รีแฮปแคร์คลินิก กับการรักษาทางการแพทย์

Image

1. Dry needling หรือการฝังเข็ม

เพื่อบรรเทาอาการปวดและคลายจุดเกร็งของกล้ามเนื้อที่เรียกว่า Myofascial trigger point โดยใช้เข็มสะกิดเพื่อให้เกิดการคลายตัวของ Trigger point ของกล้ามเนื้อ

Image

2. การฉีดยา หรือ Prolotherapy

คือการฉีดสารละลายเข้มข้น หรือกลูโคสเข้าไปที่บริเวณกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ หรือมีการอักเสบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมเร่งกระบวนการฟื้นฟูและรักษาตามธรรมชาติ โดยจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ ในการนำการฉีดยา เพื่อช่วยให้สามารถฉีดเข้าไปได้ตรงจุดที่มีปัญหา มีความแม่นยำในการฉีด และลดความเสี่ยงการฉีดไปโดนเส้นประสาท

 

อย่าปล่อยให้ปวดหลังเป็นอุปสรรคของคุณ! 
การป้องกันอาการปวดหลัง สิ่งที่สำคัญคือการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง และยืดเหยียดเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อสะโพก เลือกท่านั่งที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดแรงกดบนกระดูกสันหลังหรือระมัดระวังท่าทางที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวด เช่น การก้มหลัง การนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือการยกของหนักเป็นประจำ โดยหากมีอาการปวดเมื่อย ปวดตึง สามารถประคบอุ่นด้วยแผ่นประคบอุ่นไฟฟ้า ช่วยลดอาการปวดได้ แต่หากมีอาการปวดในระดับที่ไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ หรือปวดเรื้อรังเป็นเวลานาน อย่ารอช้า! รีแฮปแคร์คลินิกพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณด้วยแพทย์และนักกายภาพบำบัดที่พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโปรแกรมการรักษาให้เหมาะสมกับคุณ

รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด ที่ Rehab Care Clinic

รักษาอาการปวด โดยไม่ต้องพึ่งยาและการผ่าตัด
ที่ Rehab Care Clinic

รีแฮปแคร์คลินิก คลินิกเฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด มุ่งเน้นให้การบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อส่งมอบร่างกายที่แข็งแรง และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

นัดหมายพบแพทย์  นัดหมายผ่าน Line

ติดต่อสาขา

Reference
  • Deyo, R. A., & Mirza, S. K. (2016). Clinical practice. Herniated lumbar intervertebral disk. New England Journal of Medicine, 374(18), 1763–1772. 
  • National Institute of Neurological Disorders and Stroke. (2023). Low Back Pain Fact Sheet. Retrieved from https://www.ninds.nih.gov 
  • Foster, N. E., et al. (2018). Prevention and treatment of low back pain: evidence, challenges, and promising directions. The Lancet, 391(10137), 2368–2383. 
  • National Institute of Neurological Disorders and Stroke (NINDS). (2021). Low Back Pain Fact Sheet. Retrieved from https://www.ninds.nih.gov 
  • American Academy of Orthopaedic Surgeons. (2023). Spondylosis (Spinal Osteoarthritis). Retrieved from https://www.aaos.org 
  • van Tulder, M., et al. (2023). Noninvasive Treatments for Acute, Subacute, and Chronic Low Back Pain: A Clinical Practice Guideline. Journal of Pain. doi:10.1016/j.jpain.2023.01.004